แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไดเอ็ต แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไดเอ็ต แสดงบทความทั้งหมด

2556/05/05

เทคนิคลดพุงภายใน 1 เดือน


ลดพุง


เทคนิคลดพุงภายใน 1 เดือน (Woman's Story)
 
          รูปร่างอ้วน มีพุง นอกจากจะสร้างความไม่มั่นใจให้แล้ว ยังอาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ด้วย เพราะไขมันที่สะสมอยู่ที่หน้าท้องนำมาซึ่งโรคมากมาย เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ เบาหวาน การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ รวมถึงมะเร็งด้วย...

          ทั้งนี้หลายคนพยายามลดพุง แต่ก็ยังไม่สำเร็จซักที วันนี้เราเลยนำเทคนิคที่จะช่วยให้ลดพุงได้ภายใน 1 เดือนมาฝากกัน ไปติดตามกันเลย
 
ตั้งใจ 

          เมื่อใดที่ตั้งใจและมุ่งมั่นจะทำในสิ่งที่ถูกต้อง ในการลดน้ำหนักแล้ว ความตั้งใจนั้นก็เท่ากับเป็นก้าวแรกของความสำเร็จแล้ว
 
 ตั้งเป้าหมาย 

          เมื่อตั้งใจลดน้ำหนักเพื่อสุขภาพแล้ว ก็ต้องมีการตั้งเป้าหมาย มิเช่นนั้นก็จะเหมือนกับเดินทางโดยไร้จุดหมาย...โดยเริ่มต้นจดบันทึกน้ำหนักตัวและรอบเอว และตั้งเป้าหมายที่เป็นไปได้ แต่ต้องไม่ต้องเป้าหมายที่สูงมากเกินไป
 
 ลงมือทำ 

          พยามปรับพฤติกรรมการกินที่ไม่ดีประจำวัน จะช่วยให้คุณลดพุงได้ง่ายขึ้น โดย...

           อย่าพยายามอดอาหาร เพราะนั่นไม่ถูกต้อง การอดอาหารอาจจะทำให้น้ำหนักลดในช่วงแรก แต่ก็จะกลับมาอ้วนได้อีกในตอนหลัง เคล็ดลับการคุมน้ำหนักที่ถูกต้อง คือ กินอาหารให้ครบ 3 มื้อ เน้นมื้อเช้ากินให้อิ่มและครบห้าหมู่ก่อน 9.00 น. กินมื้อเที่ยงตรงเวลา และกินมื้อเย็นก่อน 18.00 น.

           คิดก่อนที่จะกิน อย่ากินตามใจตัวเอง เมื่อตั้งใจลดน้ำหนักจริง ๆ ต้องเริ่มเลือกของกิน เลี่ยงของทอด ของมัน ขนมขบเคี้ยว ควรงดเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลมาก เช่น น้ำอัดลม น้ำผลไม้ที่มีน้ำตาลมาก กาแฟ หรือช็อกโกแลตเย็น รวมทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วย

           พยายามหาตัวช่วยในการลดน้ำหนัก แต่ต้องไม่พึ่งยาลดน้ำหนัก เพราะจะส่งผลเสียรุนแรงต่อระบบประสาท และเกิดโยโย่กลับมาอ้วนยิ่งกว่าเดิมเมื่อหยุดยา ตัวช่วยที่ดี ได้แก่ น้ำเปล่า ดื่มน้ำบ่อย ๆ ให้ได้อย่างน้อยวันละ 2 ลิตร (8-10 แก้ว) เพื่อร่างกายจะได้นำไปใช้ในการเผาผลาญไขมัน อีกทั้งผักสดก็เป็นตัวช่วยดูดซับไขมันในอาหารที่ดี นอกจากนั้นก็มีผลไม้อย่างฝรั่งหรือแอบเปิ้ล ซึ่งช่วยแก้หิวระหว่างมื้อได้
 
 นอนเร็ว ก็ผอมเร็ว

          พยายามนอนให้เร็ว นอนตั้งแต่หัวค่ำ หรือไม่เกิน 4 ทุ่ม และต้องนอนหลับให้ได้ไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมงต่อวัน จะทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนที่ช่วยเผาผลาญพลังงาน

          เห็นไหมล่ะคะว่า การลดพุงไม่ได้ยากอย่างที่คิด ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความตั้งใจของเราเอง ที่สำคัญอีกอย่างควรมีการออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย เพื่อประสิทธิภาพที่ดีสูงสุด แถมร่างกายยังแข็งแรงด้วย


ขอบคุณข้อมูลจาก

2556/03/26

เทคนิคเก็บตกผิวเสียหลังไดเอ็ต


ผิวหนังแบ่งออกเป็น 3 ชั้น คือ ชั้นหนังกำพร้า ชั้นหนังแท้ ซึ่งมีเส้นใยอีลาสติน คอลลาเจน ที่ช่วยเพิ่มความยืดหนุ่นและความกระชับให้แก่ผิว และชั้นสุดท้ายคือชั้นใต้ผิวหนังซึ่งมีไขมันเป็นส่วนประกอบอยู่ เมื่อมีน้ำหนักตัวมากขึ้น เซลล์ไขมันในชั้นใต้ผิวหนังจะยืดขยาย ทำให้เส้นใยอีลาสตินในชั้นหนังแท้ต้องขยายตาม และหากอ้วนนานเส้นใยอีลาสตินก็จะยืดตัวถาวร ส่วนคอลลาเจนจะเรียงตัวผิดปกติจากเดิมทำให้เกิดรอยแตกลาย ด้วยเหตุนี้หากคุณลดน้ำหนักมากๆ ในระยะเวลาอันสั้น คือ เกินกว่า 1 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ อาจทำให้เกิดผิวหย่อนคล้อยเพราะผิวที่เคยยืดขยายหดตัวอย่างรวดเร็ว

หลังลดน้ำหนักผิวของคุณจะหย่อนคล้อยมากน้อยเพียงใดนั้นก็ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวที่ลดลงและอายุด้วย ในกรณีที่คุณยังอายุน้อยและลดน้ำหนักตัวมาก ผิวของคุณอาจหย่อนคล้อย แต่จะน้อยกว่าและฟื้นฟูสภาพผิวได้เร็วกว่าคนที่อายุมาก เพราะอายุที่มากขึ้นเป็นตัวแปรของปริมาณเส้นใยอีลาสตินและคอลลาเจนของผิวหนังที่น้อยลงเรื่อยๆ

ผอมแบบไม่ทำร้ายผิว

ปัจจุบันมีวิธีการลดความอ้วนที่นิยมทำและส่งผลเสียต่อผิว เช่น กินยาลดความอ้วน การอดอาหาร และการตบสลายไขมัน การอดอาหารทำให้ระบบร่างกายเสียสมดุล เพราะไปลดปริมาณน้ำตาลในเลือดลง ส่วนการตบสลายไขมันที่ใช้ครีมและความร้อนจะมีผลต่อปริมาณน้ำในผิว ทำให้ผิวแห้ง เหี่ยว และในความเป็นจริงไขมันอยู่ลึกมาก การตบสลายไขมันนั้นนอกจากจะไม่สามารถกำจัดไขมันได้แล้ว ยังส่งผลให้ผิวชั้นหนังแท้และหนังกำพร้าช้ำอีกด้วย

การลดความอ้วนที่ไม่ส่งผลเสียต่อผิวนั้นน้ำหนักตัวจะต้องลดลงไม่เกิน 0.5-1 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ และลดน้ำหนักอย่างถูกวิธี คือ ลดน้ำหนักโดยการเผาผลาญไขมันในชั้นผิวหนัง ไม่ใช่การลดน้ำหรืออาหารซึ่งอย่างหลังจะกระทบต่อปริมาณน้ำตาลภายในเลือดด้วย

วิธีการลดน้ำหนักที่ดีที่สุด คือ การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผัก ผลไม้ งดแป้ง ไขมัน และออกกำลังกายร่วมด้วย โดยเฉพาะแอโรบิก วิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ เพราะการออกกำลังกายเหล่านี้ช่วยให้เผาผลาญไขมันใต้ผิวหนังทั่วร่างกาย ส่วนการออกกำลังกายเฉพาะส่วนนั้นจะไปช่วยเผาผลาญไขมันในกล้ามเนื้อ


วิธีแก้ “หย่อน ยาน ย้วย”

การฟื้นฟูผิวให้กลับกระชับดังเดิมจะได้ผลแค่ไหนขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่คุณปล่อยให้ผิวเสียด้วย ตัวอย่างเช่น ผิวเปลือกส้มหรือเซลลูไลท์ที่เกิดจากการหดตัวอย่างรวดเร็วของผิวหนัง หากทิ้งไว้นานเกินไปก็อาจหมดสิทธิ์รักษา ถ้าเป็นระยะเริ่มต้น แก้ได้ง่ายๆ ด้วยการออกกำลังกายประเภทแอโรบิก เพื่อกระตุ้นการเผาผลาญไขมันใต้ผิวหนัง และเลือกรับประทานอาหารที่อุดมด้วยวิตามินซี อี โคเอนไซม์คิวเทน และสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งจะช่วยบำรุงผิวให้แข็งแรง ดื่มน้ำมากๆ เพื่อให้ผิวหนังชุ่มชื้นมีความยืดหยุ่นดีขึ้น ช่วยให้ระบบการไหลเวียนเลือดดี และลดปัญหาเซลลูไลท์ได้

หากผิวยากจะฟื้นฟูและทำแล้วไม่เห็นผลอาจต้องใช้เครื่องมือทางการแพทย์ที่รักษาได้ลึกถึงชั้นไขมัน โดยใช้ความร้อนไปจัดการก้อนไขมันให้แตกตัว เช่น ทำเลเซอร์ การใช้คลื่นความถี่วิทยุแบบขั้วเดียว ส่วนการทำคาร์บ็อกซี่จะช่วยในเรื่องเซลลูไลต์ โดยคาร์บอนไดออกไซด์ที่เข้าไปใต้ผิวหนังจะจับตัวกับน้ำเกิดเป็นกรดคาร์บอนิกที่ทำให้หลอดเลือดขยายตัว ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ลดเซลลูไลต์ แต่ต้องทำหลายครั้งจึงจะเห็นผล

2556/02/07

5 วิธีไดเอ็ตที่แย่ที่สุด

สาว ๆ ที่หาวิธีลดความอ้วนอยู่ล่ะก็ อย่าได้ลองทำตามวิธีต่อไปนี้เลยนะคะ เพราะวิธีต่อไปนี้ ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า เป็นวิธีไดเอ็ตที่ไม่ดีเอาเสียเลย


 1.ไดเอ็ตด้วยการกินอาหารแค่บางประเภท เช่น ซุปกระหล่ำปลี หรือ องุ่น แต่จะกินสักกี่ถ้วยถึงจะพอต่อความต้องการของร่างกาย เพราะ คนเราต้องการสารอาหารหลากหลายประเภทถ้ากินอาหารประเภทนี้ซ้ำ ๆ อาจจะช่วยลดน้ำหนักได้ในระยะเวลาสั้น ๆ แต่คุณก็จะกลายเป็นโรคขาดสารอาหารไปในทันที

 2. ไดเอ็ตดีท็อกซ์ เชื่อกันว่าเป็นการล้างสารพิษออกจากร่างกาย จริงแล้วเปล่าเลย มันกลับเป็นวิธีที่ดูโง่ที่สุดและไม่มีผลทางวิทยาศาสตร์ที่วิเคราะห์แล้วว่าดี จริง ๆ แล้วอวัยวะในร่างกายของเราดีอยู่แล้วมีระบบฟอกกรองของเสียของร่างกาย เช่น ตับและปอด โดยไม่จำเป็นต้องใช้วิธีดีท็อกซ์ในการล้างสารพิษ ฉะนัน ปล่อยให้มันเป็นไปตามกระบวนการทำงานของร่างกายดีกว่า

 3.ไดเอ็ตด้วยอาหารหรือยามหัศจรรย์ ลืมไปได้เลยว่าจะมีอาหารหรือยาชนิดไหนสามารถช่วยลดความอ้วนของคุณได้ในระยะเวลายาว โดยที่กินแล้วไม่มีผลกระทบข้างเคียง คุณอาจจะกินวิตามินเสริมไปกับการลดน้ำหนักได้ แต่แนะนำว่ารับประทานอาหารที่มีประโยชน์จะดีกว่า

 4.ไดเอ็ตที่ต้องอด กลายเป็นค่านิยมสำหรับสำหรับผู้ที่อยากลดน้ำหนักไปแล้ว แต่ไม่ได้เกิดประโยชน์เลย เพราะถ้าคุณกินอาหารไม่เพียงพอก็จะกลายเป็นโรคขาดสารอาหาร ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนระบบเผาผลาญพลังงานในร่างกายและเมื่อคุณเลิกอดอาหารกลับมาทานปกติระบบเผาผลาญก็จะแปรปรวนจนเกิดโยโย่เอฟเฟ็กต์และกลับมาอ้วนอีก

 5.ไดเอ็ตที่ฟังดูดีเกินกว่าจะเป็นจริง ถ้ามันฟังดูดีจนเกินไปจนไม่น่าทำได้จริง มันก็คงเป็นเช่นนั้น แผนการไดเอ็ตที่อ้างถึง “ความลับ” บางอย่างที่ตรงข้ามกับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่น่าเชื่อถือมันก็อาจเป็นความลับที่เป็นไปไม่ได้ก็ได้ ที่มาจาก นิตยสาร Lisa